The man I should have married

อย่าเพิ่งตกใจ ไม่ได้ไปตกหลุมรักใครหรอก เป็นหนังสือเรื่องล่าสุดที่ไปหยิบมาจากบ้านอ๋อย เป็นนิยายแปล อ๋อยหยิบให้ดูปกหนังสือซึ่งเป็นรูปวาดว่าเหมือน robert pattison ฉันก็เห็นปกสวยดี เลยหยิบท้ายเรื่องขึ้นมาอ่าน ก็ดูน่าสนใจดีนะ ครั้งแรกที่อ่านรู้สึกว่าออกเป็นแนวสาวแกร่งที่มีลูกติดมองหารัก ก็เลยหยิบเล่มนี้ติดมือมาด้วย พอมาเริ่มต้นอ่านจริงกลับไม่ใช่อย่างที่คิด แต่ก้เป็นหนังสือที่ดีนะ เราว่า เปิดเรื่องด้วยความน่ารักประมาณ  2 ย่อหน้า ตามด้วยบทสนทนาที่ดุเดือด เหมือนนิยายครอบครัวทั่วไป พอถึงบทที่3 ฉันก็รู้ว่ามันเป็นนิยายค่อนข้างจะโป๊นิดหน่อย
เนื้อเรื่องโดยรวมเขียนถึงผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีลูกสาว 2 คน จากสามี 2 คน ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อจะกลับไปมีชีวิตที่ยืนได้ด้วยตนเองหลังจากที่ใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านเต็มตัวมา10ปี จนกระทั้งสามีคนที่ 2 ทิ้งเธอกลับไปหาคนรักเก่า แต่ชีวิตมันก็วุ่นวายดีแท้เมื่อเธอกลับไปพบเพื่อนเก่า ซึ่งเคยแอบรักมานาน และเริ่มกลับมาสานสัมพันธ์กันใหม่ ซึ่งก็ดูจะไปได้ดี จนกระทั่งเค้าบอกเธอว่าเค้ามีผู้หญิงอีกคนและมีลูกแล้ว แถมสามีของเธอก็อยากเพิ่งจะคิดได้ว่าเค้ารักเธอและอยากจะกลับไปเป็นครอบครัวเหมือนเดิม
 
เคนเนดี้ ปล่อยให้ความกลัวควบคุมชีวิต พยายามวิ่งหนีปัญหา ไม่ยอมรับความจริง แต่สุดท้ายมันกลับสร้างความเจ็บปวดทั้งตัวเธอเองและคนรอบข้าง
การยอมรับความจริง ทำให้ความเจ็บปวดลดลง แต่ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น
เพราะศักดิ์ศรีทำให้มาร์โคผลักดันตนเองให้เข้าสู่ธุรกิจค้ายา และกลายเป็นคนติดยาเสียเอง แต่ความเจ็บปวดจากการเสียลูก+ความเข้าใจ+การให้โอกาสของทีน่า ทำให้เค้ากลับมายืนขึ้นได้อีกครั้งอย่างเต็มภาคภูมิ
เธอเลือกแต่งงานกับแฟรงค์เพราะต้องการความมั่นคงในชีวิต ถึงเธอจะมีความสุขเมื่อเป็นครอบครัว แต่ความสุขในการใช้ชีวิตคู่หายไปตลอด 10 ปี ที่สุดเธอก็เป็นคนผลักดันให้เค้าไปหาความรักจากหญิงอื่น
 
สุดท้ายเธอก็ต้องยอมฟังหัวใจตัวเอง ให้โอกาส และพยายาม จนเจอความรักที่ทำหล่นหายไป
หนังสือพูดถึงความรักระหว่างแม่กับลูกไว้ในหลายบทบาททั้งการปกป้อง การเรียนรู้+ความเคารพซึ่งกันและกัน
 
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งฉันได้คือทุกอย่างมันมีจังหวะเวลาของมัน ถ้าเคนเนดี้ไม่ทิ้งมาร์โคตอนนั้น มาร์โคก็จะไม่มีวันลุกขึ้นยืนได้ เพราะเคนเนดี้กลัวเค้าเกินกว่าที่จะขัดขืนหรือผลักดันเค้าไปในทางอื่นได้, ถ้าแฟรงค์เลือกไปกินข้าวที่ร้านอื่นก็จะไม่เจอซันนี่ ไม่ทิ้งเธอ เธอก็จะไม่กลับมาตามหาหัวใจตัวเอง หรือถ้าเธอเลือกดีแคลนเมื่อ10ปีก่อน เค้าก็อาจไม่ใช่คนที่พร้อมจะรับผิดชอบใครอย่างตอนนี้  ทุกอย่างเป็นเรื่องความเหมาะสมของเวลา อีกอย่างของที่เป็นของเรา ไม่ว่ามันอยู่ที่ไหนสักวันมันก็จะกลับมาหาเรา ฉันเชื่อเรื่องนี้นะ
 
แต่อย่างไรก็ตามจงมองไปข้างหน้าเสมอ Forget the pass start the new
ข้อความนี้ถูกเขียนใน หนังสือ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s