ความจำสั้นแต่รักฉันยาว

แสดงนำ เป้อารักษ์ / ญารินดา บุนนาค / ศันสนีย์ วัฒนานุกูล / กฤษณ เศรษฐธำรงค์
 
เริ่มต้นก็ต้องบอกก่อนว่าเป็นหนังค่า GTH ซึ่งรับประกันเรื่องความสวยของภาพอยู่แล้ว แต่นอกจากฉากที่สวยแล้ว ยังมีอีกหลายองค์ประกอบที่ทำให้หนังเรื่องนี้น่าจดจำ ไม่ว่าจะเป็นเพลงประกอบที่ได้เบิร์ด ธงไชยมาเป็นผู้ขับร้อง เนื้อเรื่องที่มีความสนุก กวนๆ ในแบบวัยรุ่น ความน่ารักในคู่ผู้ใหญ่ ความซาบซึ้ง และความเข้าใจในรักในหลายๆ รูปแบบ ตัวหนังดูกลมกลืน เป็นเหตุเป็นผล ไม่ดูโอเวอร์จนเกินไป (อาจจะมีบ้างในบ้างฉากแต่ก็ไม่มาก) เนื่อเรื่องหลักดูจะเป็นของคู่ป้าสมพิศและลุงจำรัส แต่มีเก่งและฝ้ายเป็นตัวเดินเรื่องไปพร้อมกัน
 
เปิดเรื่องด้วยงานเลี้ยงรุ่นของเก่ง ที่ทำให้ได้เจอซี้เก่าอย่างโอม และพากันไปนอนในคุกข้อหาเมาแล้วขับ จนโอมต้องวานให้ภรรยาเก่ามาประกันตัว นี้เองเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมด เมื่อฝ้ายรักครั้งแรกของเก่งที่เป็นแฟนเก่าของโอมปรากฏตัว เรื่องนี้ก็ต้องชมหมาที่เล่นเป็นเจ้าสะพานลอยด้วย เก่งนะ ตลกดีด้วย ฉากที่เราว่าดูแล้วเวอร์ไปนิดก็ฉากห้องสมุดนี้แหละ ใครมันจะไปแซงคิวได้น่าเกลียดขนาดนั้น แต่ก็เป็นฉากที่ต้องมีเพื่อทำให้เรื่องเดินไปได้อย่างมีเหตุผล (ทำให้เก่งไม่มีรถใช้) เพราะเจ้าสะพานลอยทำให้เก่งและฝ้ายสนิทกันมากขึ้น แต่การได้มารู้จักกับป้าสมพิศและลุงจำรัส ทำให้เก่งได้มีโอกาสกลับมามองดูความรักของตัวเองอีกครั้ง
 
ถ้าถามเราว่าเราชอบฉากไหน/ตอนไหนในหนังบ้าง ก็ต้องบอกว่าหลายฉากเหมือนกัน โดยรวมคงเป็นส่วนของป้าสมพิศกับลุงจำรัส ด้วยความน่ารัก กลมกลืนของทั้งคู่ ไม่ได้ทำให้ดูขัดตาหรือน่าเกลียดที่คนแก่ใช้คำพูดคำจาด้วยภาษาวัยรุ่น แต่เป็นความน่ารักแบบพอดีๆ ที่คนฟังแล้วจะยิ้ม ขำ หรือเขินไปกับตัวละคร ฉากที่ประทับใจที่สุดก็แน่นอนฉากที่หนังต้องการให้เป็นประทับใจ ฉากลุงขอป้าแต่งงานใต้ต้นชมพู่มะเหมื่ยวที่มีเกสรปูเป็นพรมสีแดงอยู่ที่พื้น หนังดึงภาพไกลออกมาทำให้เห็นแสง บรรยากาศและอารมณ์โดยรอบ ทำให้เรานึกอยากไปดูในโรง 3 มิติจริงๆ คงจะสวยและได้อารมณ์กว่านี้เยอะ แต่หนังไม่ได้มีเพียงแค่ฉากรักหวานแหววกุ๊กกิ๊ก อีกฉากที่คงทำหลายๆ คนอึ้งและเป็นฉากประทับใจของเราคงเป็นฉากที่ร.พ. ตอนที่ลุงบอกว่ายังไม่ได้กินกาแฟเลย และป้ายกกาแฟมาให้ แต่กลับมีแก้วกาแฟเปล่าว่างอยู่บนโต๊ะ เราชอบเพราะมันไม่ต้องบรรยายเยอะ แต่เข้าใจและได้อารมณ์ดี มีหลายฉากที่หนังสอนให้เรามองคน หรือเรื่องราวในมุมอื่นๆ บ้าง เช่น บางคนอาจจะมองว่าลูกชายป้าและลุงเห็นแก่ตัว ใจร้ายแต่หนังก็เสนออีกมุมให้เราได้รู้ว่าลูกชายคิดอย่างไร เค้าไม่ได้ใจร้าย เค้าแค่รักแม่เท่านั้นเอง แม้อาจดูเหมือนรักอย่างไม่เข้าใจ ไม่สนใจในความรู้สึก อย่างที่ลูกป้าบังคับป้าให้ไปเมืองนอก หรือลูกลุงบังคับลุงให้อยู่กรุงเทพ แต่ถ้ามองในแง่ความจริง เราก็คงไม่สามารถปล่อยให้คนแก่ 2 คนอยู่กันโดยลำพังได้หรอก บางคนอาจว่ามีเงินก็จ้างลูกจ้างซิ แต่ใครจะดูแล/รักได้มากเท่าเรา แล้วหนังก็พูดเหมือนที่ใจเราคิดเลย เมื่อลูกชายป้าพูดว่า ป้ารักลุงมาก แล้วป้าไม่รักเค้าเหรอ อาจจะดูเห็นแก่ตัวแต่เราก็อยากให้คนที่เรารักอยู่ใกล้ๆ ตลอดเวลานี่นา (เป็นอารมณ์ขี้อิจฉาของเราเอง) อีกมุมก็คงเป็นความรักที่ทุ่มเท รักที่ไม่เห็นแก่ตัวของลุง ถึงอยู่ไกลแค่ไหนก็จะดั้งด้นมาหาเข้าทำนองแค่ได้เห็นหลังคาบ้านก็ดีใจ แต่ถึงจะรักมากแค่ไหนก็คิดไม่รั้งป้าไว้ เมื่อรู้ว่าตนไม่สามารถดูแลป้าได้ มีแต่จะเป็นภาระให้ป้า แม้จะเป็นภาระที่ป้าเต็มใจจะรับก็ตาม เห็นไหม มีหลายมุมที่น่าประทับใจ จบด้วยภาพประทับใจที่เก่งกับฝ้ายล้อมต้นชมพู่มะเหมี่ยวมาปลูกให้ลุงที่บ้านลูกชาย แล้วมันก็ผลิใบใหม่ เหมือนบอกเราว่า จงมีความหวังเสมอ เพราะชีวิตต้องเดินต่อไป ไม่ว่าจะหนักหนาแค่ไหน เราก็ต้องผ่านมันไปให้ได้ ก็เหมือนต้นมะเหมี่ยวนี้ ที่ผ่านทั้งลมพายุ และการเดินทางมาแสนไกล แต่ยังยืนหยัด สามารถผลิใบให้เราได้ชมอีกครั้ง
ข้อความนี้ถูกเขียนใน Movie คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s