เขาค้อ-ภูทับเบิก-น้ำหนาว 20-24/11/09

กลับมารายงานตัวแล้วจ้า สำหรับทริปที่เพิ่งไปมา เขาค้อ-ภูทับเบิก-น้ำหนาว

 

เริ่มต้นเดินทางออกจากบ้านเราตอน 4 ทุ่มแวะรับเพื่อนๆ + กินข้าวเดินทางจริงก็ 5 ทุ่มไปถึงเพชรบูรณ์ประมาณตี 3 ก็ขับรถหาที่พักกัน ด้วนความที่มืดมาก ทางก็ไม่รู้ คนขับก็ยิ่งไม่รู้ทาง กูละเครียดเลย ตอนจองก็บอกแล้วบอกอีกว่าเอาคนรู้ทางเพราะกูไม่รู้ ขับเลยไป เลยมา อ้อมไป อ้อมมา ไปกลับร่วม 100 โลได้มั้ง ในที่สุดก็ส่งแนวหน้าไปเดินหากัน อากาศไม่เย็นเท่าไหร่ แต่ลมแรงมาก ทำให้สะท้านกันไปเลย ในที่สุดก็ถึงที่พักคืนแรกของเราตอนเกือบ 6 โมงเช้า เขาค้อทะเลหมอก รีสอร์ทที่บอกว่ามีจุดชมวิวที่สวยที่สุดของเขาค้อ เพราะมองเห็นอ่างเก็บน้ำและวิวเมือง ที่หาไม่เจอนี่ต้องโทษ 2 อย่าง รีสอร์ทดัง แต่แม่งเสือกทำป้ายผ้าใบ ไม่มีไฟ กลางคืนจะเห็นไหมอะ แถมป้ายยังไม่อยู่ริมถนนอีก ต้องเล็งกันดีดี อย่างที่ 2 คือคนขับ ไม่รู้แต่ขับเร็วโคตร กูก็นึกว่ารู้ก็บอกแล้วว่า กม. 21 ขับเลยไปโน้น กม. 4 หลังจากหลับกันซักพักก็ไปเดินถ่ายรูปกัน รีสอร์ทก็สวยดี วิวดี แต่เราไปไม่เห็นทะเลหมอกเพราะลมแรงมาก พักหมอกไปหมด จากนั้นก็จัดการกางเต้นท์ เสร็จก็ไปหาข้าวกินกัน แล้วก็รู้ว่าของที่นี่แพง อาจด้วยเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อว่าเป็น สวิสแลนด์เมืองไทยก็ได้มั้ง ข้าวราคาเท่ากรุงเทพ แต่ไข่ดาวฟองละ 10 บาท อึ้งๆ ๆ ปาท่องโก๋ 4 ตัว 15 บาท โอ๊ะ ๆ ๆ แพงกว่ากรุงเทพอีก

 

เริ่มต้นการเดินทางที่ฐานอิทธิ เป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ ตั้งชื่อพันเอก อิทธิ สิมารักษ์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้ยึดพื้นที่เขาค้อคืนจาก ผกค.ในปี 2524 บริเวณนี้เคยเป็นฐานปืนใหญ่ ยิงสนับสนุนการสู้รบ แสดงซากรถถัง นอกจากมีเด็ก ที่สะดุดตาพวกเรากลับเป็นดอกไม้หน้าตาแปลกๆ ที่เหมือนที่นี่จะมีเยอะ หลังจากดูที่นี่เสร็จเราก็กะว่าจะไม่ขึ้นไปแล้ว อนุสรณ์ผู้เสียสละ แต่ว่า……… มันเป็นทางวันเวย์วะ ก็เลยต้องขึ้น แต่ก็ไม่เสียใจนะ เพราะว่าฟ้าสวย ถ่ายรูปแล้วงามแต้ อนุสาวรีย์ก็เป็นเสาเหลี่ยมปลายตัดทะแยง สร้างด้วยหินอ่อน  ตั้งอยู่บนเนินหญ้า ตัดกับฟ้าสีเข้ม สวยทีเดียวเชียว ก็ถ่ายไปน่าจะหลายสิบอยู่ เสร็จเราก็ไปหอสมุด ไปดูดอกไม้ มีน้องคอยเดินบอกว่านี่ชื่อต้นอะไร เออ มีต้นไม้ ดอกไม้แปลกๆ เยอะจริงๆ มะเขือการ์ตูนเงี้ย หน้าตาตลกดี ต้นไม้ชื่อหางหงษ์ แต่ลูกยังกะปลาปักเป้า ใบมีหนาวแหลมๆ ด้วย White Christmas ดอกเล็กๆ แต่เป็นกอใหญ่ๆ ถ่ายแล้วเหมือนอยู่กลางหิมะเลย และยังมีอีกเยอะ จำไม่ได้แล้ว ดูดอกไม้เสร็จเราก็ไปไหว้เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณหอสมุดนี้แหละ น้องที่ดูแลเราก็น่ารักดีนะ รักษาหน้าที่ไม่ยอมไปไหน เห็นแล้วเกรงใจเพราะเรามัวแต่ถ่ายรูปกับดอกไม้สวยๆ กัน น้องก็ยืนรอ บอกว่าต้องรอส่งเรากลับด้วย ออกจากหอสมุดเราก็ไป พระตำหนักเขาค้อต่อ ที่นี่ห้ามแว่น ห้ามหมวก ด้านหน้าเป็นเหมือนสวยสน เล็กๆ ตัวพระตำหนักปิด ถ่ายได้เฉพาะด้านหน้าและบริเวณรอบๆ ออกจากหอสมุดเรา เวลาเหลือเราก็เลยกะไปถ่ายรูปเล่นที่ทุ่งแสลงหลวง แต่ปรากฏว่าเข้าไปบริเวณป่าไม่ได้ ต้องเช่ารถเจ้าหน้าที่ ส่วนใหญ่ต้องมากางเต้นท์ ถึงจะเที่ยวทั่ว ถ้าจะไปวันนี้ก็ไปได้แค่ 2 ที่ แต่ค่าเช่ารถแพงมากด้วย เราเลยเอาแค่ป้ายแล้วไปน้ำตกศรีดิษฐ์ดีกว่า เป็นน้ำตกชั้นเดียว กว้างๆ เดินไม่ไกล น้ำเยอะ แต่เราว่าดูไม่ค่อยธรรมชาติเลย เพราะเป็นน้ำตกหน้าตัดตรงมากๆ ก็ไม่รู้เหมือนกัน เห็นรุ้งกินน้ำด้วย ออกจากน้ำตกก็คิดไม่ออกละ ไปไหว้พระบรมธาตุกาญจนาภิเษกดีกว่า ที่นี่ไม่ให้จุดธูปไหว้ แต่ใช้เทียนไหว้แทน ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จากศรีลังกา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปทั้ง 4 ทิศ และบริเวณบาน 8 เหลี่ยมตรงกลางเจดีย์ก็ประดิษฐานพระพุทธรูป 4 ทิศ แล้วเราก็เตรียมตัวไปกินข้าว ที่ไร่จันทร์แรม ตามที่แนะนำกันไว้ บรรยากาศดี แต่กับข้าวแพงมากกกกกกกกกกกกกก น้อยด้วย อร่อยไหมเหรอ เป็นบางอย่าง มื้อนี้หมดไป 1620 เสร็จก็กลับที่พัก อาบน้ำก่อเตาไฟ เมาท์แตกกัน อากาศไม่เย็นมาก น่าจะประมาณ 10-15 กว่าแต่ลมแรง

ตื่นเช้ามาวันที่ 2 แบบสบายๆ เพราะไม่มีทะเลหมอกอยู่แล้ว เลยตื่นกันค่อนข้างสาย กว่าจะแปรงฟัน เก็บเต้นท์ เก็บของ ก็ 8-9 โมงไปแล้ว แต่วันนี้โปรแกรมไม่เยอะ เลยไม่ค่อยซีเรียส ก็กินข้าวต้ม (ข้าวต้มจริงๆ หาหมูไม่เจอ) กะข้าวผัด ที่มีแต่ข้าว รวมๆ ก็ใช้ได้นะ อาหาร บรรยากาศ แต่โชคไม่ดีที่เราไม่เห็นทะเลหมอก เนื่องจากเมื่อวานเก็บเขาค้อหมดแล้ว วันนี้จึงมุ่งหน้าขึ้นภูทับเบิก โดยใช้เส้นทางพิษณุโลก เพื่อจะได้แวะเที่ยวที่ ภูหินร่องกล้า ผ่านไร่ บีเอ็น ก็….. เหมือนร้านขายของชำเล็กๆ อะ ไม่เห็นจะเป็นไร่อะไรเลย เห็นแต่มีกรงเก้งอยู่ด้านหน้าให้แวะไปทักทายเวลาคุยก็เหมือนจะรู้เรื่องนะ พยักหน้า งึกๆ แล้วก็มีขายของพวกแยม น้ำผลไม้ ผลไม้อบ ผักสด เสียดายไม่ใช่วันกลับ ไม่งั้นมีเหมายอดฟักแม้วแน่ เข้าไปภูหินสิ่งแรกที่ทำคือกินจะบอกว่าอร่อยวะ ส้มตำกรอบมาก รสได้ แม้จะแพงแต่เริ่มชินแล้วละ จากนั้นก็แวะไปถามสถานที่เที่ยวในอุทยาน เนื่องจากเพื่อนยังมีอาการพิการอยู่บ้างเลยต้องเลือกเที่ยวที่เดินไม่เยอะ ไม่ชัน มากเกินไป ก็ตกลงไป แค่ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม และ ผาชูธง ระยะทางไปกลับ ประมาณ 3 กม. แค่นี้ก็แย่แล้วละ แต่ก็สวยดี เป็นวิวหน้าผาอะนะ สนุกสนานกันไป จากนั้นเราก็รีบไปภูทับเบิกเพื่อกางเต้นท์ เพราะเริ่มเย็นแล้ว ไปถึงทับเบิกก็ 5 โมงเกือบครึ่ง หนาวมากกกกกกก ทะเลหมอกขึ้นอะ เสียดายกะหล่ำถูกเก็บไปบ้างแล้ว เหลือแต่ใบเหลืองๆ ทิ้งไว้กางเต้นท์เสร็จทันฟ้ามืดพอดี จะบอกว่าของที่นี่แพงสุดยอด ทุกๆ อย่าง ข้าวไข่เจียว 40 บาท วันนี้นัดกันประท้วงไม่อาบน้ำกัน ไม่ไหววะ ล้างก้นยังขี้หดหมดเลย อาบน้ำมีหวังช็อค ที่นี่ไม่ค่อยมีลม แต่หนาวจริงๆ ไม่รู้ใครเจ้าความคิดซื้อเผือก ซื้อมันมาเผากินกัน อร่อย สนุกดีนะ ประมาณ 4 ทุ่มก็มีเสียงโทรโข่งประกาศว่า ขณะนี้ 4 ทุ่มแล้ว ขอให้ลดเสียงลงหน่อย 5555 ก็ไอ้แก๊งเสียงดังก็มีพวกเรานี้แหละ ขำๆ สักพักก็เลยแยกย้ายกันเข้าเต้นท์ เสียงดังกว่าอยู่ข้างนอกอีก เรากะอ๋อย แว๊ดๆ ใส่กัน ตลกดี

เช้ามืดก็ออกไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกัน สวยไหมเหรอ มันเยอะ กว้าง แต่ในความคิดเราเราว่าห้วยน้ำดังสวยกว่านะ เพราะที่นั่นเป็นแอ่ง หุบเขา โดยรวมเลยสวยกว่ามั้ง จากนั้นก็ทำใจไปอาบน้ำกัน แก้ผ้าก็ยะเยือกละ ราดขันแรกไปเหมือนผีเข้า มีเสียงแว่วมาว่าข้างนอกหัวเราะกันกิ๊กเลย ทำไงได้วะก็มันหนาวนี่หว่า ขนาดอาบไป วิ่งไปอยู่ในห้องน้ำนะเนี้ย สระผมทีปี๊ดหัวเลย อาบเสร็จยังชาไปตั้งเป็นชม. กรรม อยู่บ้านอากาศเย็นหน่อยไม่ทันหนาวก็เปิดน้ำอุ่นแล้ว นี่ 7 องศา มาตักน้ำตุ่มอาบ มันส์ดีจริงๆ ออกจากภูทับเบิก เราก็มุ่งหน้าไปน้ำหนาวกัน เสือกเมารถได้ อัดยาแล้วไม่หลับวะ แต่ งง เบลอ ไปถึงน้ำหนาวบ่ายๆ ก็กางเต้นท์กางแผนที่กัน น้ำหนาวเป็นสถานที่เดินป่าสำรวจธรรมชาติ แต่ว่าทีมของเราไม่ค่อยอำนวยในการเดินเท่าไหร่ เราเลยตัดสินใจไปสวนสนภูกุ่มข้าว แต่เค้าบอกว่ารถตู้ไปไม่ได้แถมเดินเยอะด้วย OK งั้นไปถ้ำผาหงษ์รอดูพระอาทิตยืตกเลยดีกว่า ไปถึงตั้งแต่ 3 โมง นอนมันในรถนะแหละ 3.30 ก็เดินเข้าไป ไม่ไกลเท่าไหร่ 300 เมตร แต่ไอ้ปีบันได 259 ขั้นเนี้ย เพื่อนบอกว่ามีโกงเพราะบางขั้นควบสองอะ สูงเวอร์ ด้านบนเป็นหน้าผาหิน สวยดี แต่ไมมีไรทำวะ ก็ได้แต่ ถ่ายรูปวิ่งไปวิ่งมารอเวลา จนพลาดตอนเดินลง เล็บแหก เลือดทะลักเป็นกองๆ เพื่อนกรี๊ดซะ แต่ไม่เจ็บวะ คงเพราะเนื้อตรงนั้นมันด้านๆ อยู่แล้วมั้ง+เวลาเดินไม่ได้น้ำหนักตรงนั้นด้วย แต่ก็มีอาการปวดบวมนิดหน่อยตรงข้อเท้าเท่านั้นเอง แต่ก็กินยาดักไว้ก่อน วันนั้นเลยเบลอไปทั้งวัน ทั้งยาแก้เมา ยาแก้อักเสบ ยาแก้ปวดหัว กินสปายไป 3 ขวดแล้วมุดเข้าเต้นท์นอนไปเลย หลับสลบมากๆ ตื่นมาพร้อมอากาศดีดี สบายมากๆ เพื่อนบอกเมื่อวานหนาวฉิบ กรุไม่รู้เรื่องเมายาวะ เช้านี้ก็สบายๆ ตื่นมากินข้าว อาบน้ำ เก็บเต้นท์ แวะซื้อของที่ไร่กำนันจุล ถึงบ้านประมาณ 2 ทุ่ม

 

แต่ยังไม่จบข่าวอะซิ เราเตรียมเงินจ่ายรถตู้ไว้ 1500*5 วัน +ทิปให้ 500 ตามที่ตกลงกับคนรับงาน ชื่ออมร บ.แวนหรรษา ตอนจองเราก็บอกเส้นทางละเอียดยิบ เพราะย้ำเหลือเกินว่าอยากได้คนรู้ทาง แล้วคนขับก็บอกว่า ไม่ใช่ราคาที่ตกลงกัน อ้าว เหี้ยแล้วไหม ฉันก็โทรไปเลย มันก็บอกเลย 1500*5 ไง เลยส่งสายให้คนขับ คนขับโวยวาย มันเลยบอกเราว่า 1800*5 เพราะขึ้นเขา เราคงฟังผิดไปเอง พ่อมึงตาย ไอ้สัตว์เอ้ย ตอแหลที่สุดเลย สุดท้ายมันก็บอกว่าให้ไปต่อรองกับคนขับเอาเอง เราเลยให้ไป ราคา 1700*5 ไม่มีทิป เพราะคนขับไม่ค่อยงี่เง่ากับเราเท่าไหร่ ถึงจะพากูหลงตลอดทางก็เหอะ ขนาดกลับบ้านยังพากูหลงไปตั้งหลายสิบโล ทริปนี้หมดไปคนละ 2600 ก็เกินงบนิดหน่อยตรงค่าเข้าอุทยาน ค่ากางเต้นท์ ค่าเตาทั้งหลายนั้นแหละ

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Travel คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

1 ตอบกลับที่ เขาค้อ-ภูทับเบิก-น้ำหนาว 20-24/11/09

  1. La tristesse durera toujours พูดว่า:

    เผอิญเราเจอชะตากรรมเดียวกันกับบริษัทรถตู้ แวนหรรษา เราเกินไป 2 ชม. ครึ่ง ตกลงว่าเวลาที่เกินจะเป็นโอที แต่พอไปส่งเพื่อนเราเสร็จ เพื่อนเราก็ออกไปก่อน (ตอนนั้นเราถึงบ้านแล้วไม่รู้เรื่อง) ปรากฎว่า 2 ชม.ครึ่ง ที่เลยไปคิดพวกเราเต็มวัน แถมค่าน้ำมันก็มั่ว ๆ ไม่เห็นเติมที่ไหนเลย ใช้กะ ๆ เอา เราไป-กลับแค่พัทยา ค่าน้ำมัน 1400 มันก็บ้าแล้ว แถมกลับกลอก ตอนบอกเพื่อนเรา ดันบอกว่า 1800 + โอทีเกิน 2 ชม. ครึ่งคิด 1500 + น้ำมัน 1700 สงสัยว่าบริษัทนี้คงใช้น้ำมันพืชเติม แพงเอ้าแพงเอา พอตอนเราโทรไปปรากฎว่า คนที่ชื่ออมร เนี้ย เค้าบอกว่า 1800 + ค่าที่เกินเวลามันคิด 1800 + น้ำมัน 1400 มันบอกว่า ถ้าหลังเที่ยงคืนคิดเต็ม แต่ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลยเวลาไปหน่อยเนี้ย เราก็ถามแล้ว ว่าถ้าเราเกินไป 2-3 ชม. คิดเป็นโอทีได้มั้ย แทนที่จะคิดเราเต็มวัน วันแรกที่ออกเราก็ออกกันตั้งบ่ายสอง เกินเที่ยงคืนของวันเดียวกันมา 2 ชม.ครึ่ง เราก็อย่างนอยเลย รู้สึกโดนเอาเปรียบ เสียความรู้สึก แล้วเราก็ไม่อยากให้ใครเจอเหมือนเรา เราคิดว่าจะโดนจะบริษัทนี้คนเดียว ไม่คิดว่าจะมีโดนกันด้วย ขอโทษนะคะที่มาแอบฝากคอมแพลนที่นี่ (หาพวก ๆ) อยากไปเที่ยวเหนือบ้างจัง อิจฉา ๆ อิอิ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s